Top 10 ประเทศที่มีน้ำมันมากที่สุดในโลกของปี 2018

Top 10 most oil-rich countries in the world of 2018

น้ำมัน เป็นถือเป็นธรรมชาติที่มีค่ามากที่สุดในโลก ในประเทศไทยเราจะเป็นเสมอว่าน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นที่ที่มีค่าที่สุด และมีจำนวนที่จำกัด ดังนั้นน้ำมันจึงเป็นสิ่งที่ค่อนข้างจะมีราคาปรับขึ้นและลงซึ่งเราก็สงสัยว่าการที่น้ำมันปรับขึ้นลงนั้นมันมากจากอะไร น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนไม่ว่าจะเป็นรถ เรือ มอเตอร์ไซค์ และยานพาหนะต่างๆ ล้วนแต่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนทั้งสิ้น ดังนั้นผู้ที่ทำการค้าเกี่ยวกับน้ำมันจึงเป็นผู้ที่มีสมบัติมากที่สุดติดอันดับโลกเลยก็ว่าได้ วันนี้เราจะมาจัดอันดับประเทศที่มีบ่อน้ำมันมากที่สุด และรวยที่สุดในโลกว่ามีประเทศบ้าง

ทุกๆ คนคงอยากรู้แล้วว่าในโลกนั้นมีที่ไหนบ้าง ที่เป็นราชาบ่อน้ำมันที่มีแหล่งน้ำมันเยอะที่สุด วันนี้เราจัดอันดับมาให้ท่านได้ดูกันง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

  1. เวเนซุเอลา เป็นประเทศที่มีปริมาณสำรองของน้ำมันมากที่สุดในตอนนี้ เพราะมีมากมายถึง297,700 ล้านบาร์เรล เวเนซุเอลายังเป็นเมืองที่มีธุรกิจการส่งออกน้ำมันเป็นหลัก ซึ่งรายได้ที่เข้ามาในประเทศนั้นมาจากการส่งออกน้ำมันถึง 96% ซึ่งทางรัฐของเวเนซุเอลาจะได้ไป 40% แต่ด้วยในปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปี 2014 ถือว่าเป็นสงครามน้ำมัน ทำให้เวเนซุเอลามีเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ สิ่งที่ที่เวเนซุเอลาหวังเพียงอย่างเดียวตอนนี้คือ ต้องการให้กลุ่มประเทศโอเปกร่วมช่วยกันรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันไม่ให้ผันผวนไปมากกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้
  2. ซาอุดีอาระเบีย ประเทศนี้มีน้ำมันดิบสำรองเป็นอันดับที่2 รองลงมาจากเวเนซุเอลา ด้วยที่มีน้ำมันดิบสำรองถึง 268,400 ล้านบาร์เรล ในสงครามน้ำมันเมื่อปี 2014 ซาอุดิอาระเบียถือว่าเป็นเบื้องหลังของสงครามนี้ เมื่อไม่กี่ปีหลังนี้กลุ่มนอกประเทศโอเปกได้ปฏิเสธในการค้าน้ำมัน แถมประเทศอิหร่านยังมีแพลนที่จะส่งออกน้ำมันมากขึ้นอีก 2 เท่า
  3. แคนาดา เป็นประเทศอันดับที่ 3 ที่มีปริมาณน้ำมันดิบที่มากที่สุด เพราะที่นี่มีน้ำมันดิบสำรองถึง 173,200 ล้านบาร์เรล น้ำมันของแคนาดาส่วนใหญ่จะถูกทำการค้าขายส่งออกไปประเทศที่อยู่ในทวีปยุโรปโดยส่วนใหญ่ ทำให้แคนาดาได้รับฉายาว่าเป็นเจ้าพ่อแห่งการค้าน้ำมันในทวีปยุโรป
  4. อิหร่าน เป็นอันดับที่ 4 ที่มีน้ำมันดิบสำรองถึง 157,300 ล้านบาร์เรล
  5. อิรัก อยู่ในอันดับที่ 5 ที่มีน้ำมันอยู่ในคลังถึง 140,300 ล้านบาร์เรล อีรักเป็นหนึ่งในผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ในกลุ่มของประเทศโอเปก และเป็นต้นตอที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงอย่างรุนแรง
  6. คูเวต มีน้ำมันดิบสำรองที่ตัวเองอยู่ที่ 104,000 ล้านบาร์เรล และมีแพลนที่จะเร่งการผลิตให้ได้น้ำมัน 4 ล้านบาร์เรลใน 1 วันหลังจากที่โดนเหตุการณ์คว่ำบาตรเมื่อปี 2012
  7. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประเทศที่โชคดีขุดเจอน้ำมันเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมาก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็เป็นอีกหนึ่งที่เป็นเบื้องหลังของเหตุการณ์ที่ราคาน้ำมันปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว
  8. รัสเซีย ประเทศอันดับที่ 8 ที่มีน้ำมันดิบประมาณ 80,000 ล้านบาร์เรล ตอนนี้ตั้งตัวเป็นคู่แข่งกับน้ำมันสัญชาติอิหร่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  9. ลิเบีย เป็นประเทศที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับปิโตรเลียม ด้วยเหตุการณ์เมื่อปี 2014 ทำให้เกิดเหตุยอดซื้อน้ำมันหรือเชื้อเพลิงลดลงมาอย่างรุนแรง ตอนนี้มีน้ำมันดิบสำรองอยู่ประมาณ 48,470 ล้านบาร์เรล
  10. ไนจีเรีย เป็นประเทศอันดับสุดท้ายที่ติด Top 10 เพราะเหตุการณ์เมื่อปี 2014 ทำให้ไนจีเรียที่มีธุรกิจส่งออกหลักคือน้ำมัน ต้องเจอกับวิกฤติหนักที่ราคาน้ำมันร่วงลงมาอย่างน่าใจหาย ตอนนี้มีน้ำมันสำรองเพียง 37,140 ล้านบาร์เรล